สำหรับนมนั้นเป็นนมที่แทบจะมีติดตู้เย็นไว้ทุกบ้านกันเลย ไม่ว่าจะเป็นนมกล่องหรือนมขวด แต่นมกล่องหรือนมขวดนั้นก็มีรสชาติให้เลือกมากมาย แต่ถ้าให้หลายๆคนเลือกก็อาจจะเลือกจากรสชาติที่มีความถูกปากก่อนคำนึงถึงประโยชน์ แต่ความจริงแล้วการเลือกนมที่เราอยากจะกินนั้นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆด้วย ต้องคำนึงถึงสารอาหารด้วย

ถ้าอยากมั่นใจ ว่านมที่เลือกมานั้น คือนมแบบที่ใช่ และเหมาะกับตัวเราจริง ๆ ก็ลองมาดูความแตกต่างกันดีกว่าว่านมส่วนใหญ่ที่เราเดินเจอตามท้องตลาด ตามตู้แช่ของซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้น มีแบบไหน และนมแต่ละประเภทให้ประโยชน์อย่างไรบ้าง

1. นมยูเอชที (UHT, Utra High Temperature Milk)
มาถึงนมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื่อด้วยความร้อนรูปแบบสุดท้ายหรือนมยูเอชที (UHT) ที่ย่อมาจาก Ultra-High-Temperature Short Time  หมายถึงการใช้ความร้อนที่สูงมากในระยะเวลาสั้น ๆ โดยเป็นการใช้อุณหภูมิที่สูงถึง 135-150 เพียง 2-4 วินาทีเท่านั้น เป็นกระบวนการที่กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ออกไปได้เกือบทั้งหมดแต่ก็แทบไม่ได้เสียวิตามินออกไปเลย แถมรสชาติก็และความอร่อยก็ยังแทบไม่เปลี่ยน ถึงอย่างนั้น นมยูเอชทีก็ยังมีทั้งแบบที่ผลิตจากนมผงและนมสดโดยตรง โดยทั้งหมดมักจะอยู่ในรูปแบบกล่องกระดาษขนาดกะทัดรัดพร้อมหลอดให้เจาะดื่มได้สะดวก ซึ่งจะเก็บได้โดยไม่ต้องแช่เย็นนาน 6-8 เดือน เป็นนมที่ดื่มง่าย เหมาะกับสมาชิกทุกคนบ้านยกเว้นเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 1 ปี

2. นมสด (Whole Milk)
นมที่นำมาบรรจุกล่องหรือขวดขายกันอยู่ตามท้องตลาดนั้นจะเป็นนมที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ อย่างการฆ่าเชื่อหรือนำส่วนผสมบางอย่างออกไป แต่สำหรับนมสดนั้นจะเป็นน้ำนมที่รีดออกมาสดใหม่โดยยังไม่ผ่านกระบวนการต่าง สารอาหารในน้ำนมจะครบถ้วนสมบูรณ์ กลิ่นและรสชาติก็ยังหอมมันที่สุด แต่นมสดนั้นจะไม่สามารถเก็บไว้ได้นานเพราะมีจุลินทรีย์ที่ทำให้นมเสียได้เร็ว จึงต้องมีการนำไปฆ่าเชื้อด้วยกระบวนการต่าง ๆ ก่อน

3. นมพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurized  Milk)
นมพาสเจอร์ไรส์เป็นนมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่หมดอายุเร็วที่สุด แต่ก็มีคุณค่าทางอาหารและรสชาติหอมมันใกล้เคียงกับนมสดมากที่สุดเช่นกัน โดยมีการฆ่าเชื้อทั้งแบบที่ใช้เวลาสั้นและนานตั้งแต่ 15 วินาที ไปจนถึง 30 นาที อุณหภูมิที่ใช้จะอยู่ที่ 63 – 72 องศาเซลเซียส การฆ่าเชื้อนี้จะทำลายจุลินทรีย์บางส่วนที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ไม่ได้ทำลายตัวที่ทำให้นมเน่าเสียได้ เพราะอย่างนี้นมพาสเจอร์ไรส์จึงต้องแช่เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาตลอดเวลา แถมอยู่ได้เต็มที่แค่ 7 -10 วันเท่านั้น ถ้าหากเดินผ่านตู้แช่เย็นในห้างและเห็นนมที่บรรจุใส่ขวดพลาสติกขุ่นหรือกล่องเอาไว้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ทั้งหมด

4. นมขาดมันเนย (Skim Milk ,Non-Fat Milk)
นมขาดมันเนยหรือนม Non-Fat จะเป็นนมที่ถูกสกัดไขมันออกไปจนเกือบหมดเหลือเพียง 0.15% เท่านั้น ส่วนสารอาหารที่ยังคงอยู่ก็จะเป็นพวกโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต แต่วิตามินที่ละลายในไขมันก็อาจเหลืออยู่ไม่มากค่ะ นมขาดมันเนยจึงเหมาะกับผู้ที่ร่างกายมีปัญหาเรื่องไขมันจริง ๆ เท่านั้น ถ้าสำหรับเด็ก ๆ และผู้ที่ร่างกายแข็งแรงปกติ การดื่มนมประเภทอื่นจะทำให้ร่างกายได้คุณประโยชน์และสารอาหารที่จำเป็นมากกว่า เพราะไขมันจากนมนั้นเป็นไขมันที่ให้ประโยชน์และยังอยู่ในปริมาณที่พอดีกับความจำเป็นของร่างกายในแต่ละวันด้วย

5. นมสเตอริไลส์ (Sterilized  Milk)
นมที่ผ่านกระบวรการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์รูปแบบต่อมาคือนมสเตอริไลส์ ซึ่งก็จะมีการใช้เวลาและอุณหภูมิมากขึ้นอีกหน่อย โดยจะอยู่ที่ 100 -135 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20-30 นาที ทำให้จุลินทรีย์ทั้งชนิดที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและทำให้อาหารเน่าเสียถูกทำลายจนหมด นมที่ได้ก็จะเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นได้ถึง 1 ปี และมักจะบรรจุในกระป๋องอลูมิเนียมที่ปิดสนิท แม้นมสเตอริไรส์นั้นจะเป็นน้ำนมที่ได้คุณภาพแต่ก็สูญเสียวิตามินบางชนิดไป ทำให้ไม่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยกำลังโต เพราะอาจได้สารอาหารไม่ครบ และการใช้ความร้อนที่สูงทำให้รสชาติของนมสเตอริไรส์ยังเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ ความหอมอร่อยจึงอาจสู้นมประเภทอื่น ๆ ไม่ได้

6. นมไขมันต่ำหรือนมพร่องมันเนย (Low Fat Milk)
ไม่ว่าจะเป็นนมพร่องมันเนย นมไขมันต่ำ หรือนม Low fat ก็คือนมประเภทเดียวกันทั้งหมด ซึ่งนมประเภทนี้จะถูกสกัดไขมันออกไปให้เหลือไม่เกิน 15% แต่สารอาหารชนิดอื่น ๆ ก็ยังคงอยู่นะคะ นี่จึงเป็นนมที่เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีปัญหาไขมันในเส้นเลือดสูง รวมทั้งผู้ที่อยากควบคลุมพลังงานในแต่ละวันด้วย แต่จะไม่เหมาะสำหรับเด็กในวัยกำลังโตที่ต้องการพลังงานและสาอาหารอย่างครบถ้วน ซึ่งนมประเภทนี้ก็สามารถเป็นได้ทั้งนมในรูปแบบพาสเจอร์ไรส์ สเตอริไลส์และยูเอชที

7. นมเปรี้ยว (Fermented Milk)
นมเปรี้ยวเป็นนมที่มีรสชาติต่างจากนมประเภทอื่นมากที่สุด นั่นเป็นเพราะกระบวนการเติมแบคทีเรียที่ช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานได้เป็นปกติ จากนั้นก็ได้มีการนำไปหมักต่อเพื่อเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ นมสดธรรมดาจึงกลายมาเป็นนมที่มีรสเปรี้ยวอย่างที่เห็น น้ำตาลในนมก็จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นกรด นมเปรี้ยวจึงเป็นนมอีกประเภทที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการย่อยน้ำตาลในนม

8. นมผง (Dried Milk ,Powder Milk)
หลายคนอาจกังวลว่านมผงนั้นจะได้คุณประโยชน์ไม่เท่านมสด แต่จริง ๆ แล้วนมผงนั้นก็คือการนำนมสดมาระเหยน้ำออกไปจนหมดเท่านั้นเองค่ะ ส่วนสารอาหารต่าง ๆ ก็ถือว่าแทบไม่ได้สูญเสียไปเลย มีเพียงวิตามินบางตัวเท่านั้นที่อาจหายไป กลิ่นและรสชาติของนมก็เปลี่ยนไปเพียงนิดเดียว ซึ่งข้อดีของนมผงคือการเก็บรักษาที่ง่ายและมีอายุยาวนาน โดยนมผงนั้นอยู่ได้นานถึง 1 ปีครึ่งเลยค่ะ ถ้าหากเปิดแล้วเก็บไว้ในซองปิดสนิทโดยไม่เจอความชื้น แต่ถ้าหากมีการเปิดและเทแบ่งใส่ภาชนะอื่นก็จะอยู่ได้นาน 3 เดือน ส่วนนมผงที่นำไปผสมน้ำชงเรียบร้อยแล้วก็ควรดื่มภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รับคุณค่าทางอาหารมากที่สุด แต่ถ้าหากมีความจำเป็นก็สามารถแช่เย็นเอาไว้ได้ 24 ชั่วโมง