อีกหนึ่งอุปสรรคในการทำงานและการเรียน คือความขี้เกียจ หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า ความขี้เกียจนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยสามารถจัดการได้ด้วยตนเอง แต่ขอบอกเลยว่าความขี้เกียจเป็นหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมันคือปัญหาเชิงจิตวิทยาที่แก้ได้ยากมาก ๆ เพราะความขี้เกียจมันออกมาจากตัวเราเอง ออกมาจากจิตใต้สำนึก ซึ่งจิตใต้สำนึกคือสิ่งที่ไม่สามารถห้ามมันไว้ได้มากที่สุด

โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการที่คุณอาจจะสามารถใช้ได้ผลในการขจัดความขี้เกียจให้หมดได้ภายในหนึ่งวัน

1.ตั้งเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างแรงจูงใจ

เมื่อรามีเป้าหมายเราก็จะสามารถผลักดันตัวเองได้ เมื่อเรามีเป้าหมายความต้องการที่จะทำงานของเราก็จะสูงขึ้น นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มักจะได้ผลสำหรับคนขี้เกียจ โดยเป้าหมายนั้นจะเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญ แต่ขอให้เป็นเป้าหมายที่ต้องการจริง ๆ โดยจะต้องเป็นเป้าหมายที่มีรูปธรรม สามารถแตะต้องได้ และสามารถที่จะบรรลุได้เมื่อทำงานเสร็จ ไม่ว่าจะเป็น วันนี้ต้องทำงานเสร็จก่อนสี่โมงจะได้ไปเล่นเกม วันนี้จะต้องเลิกงานตรงเวลาจะได้ไปหาคนรัก แบบนี้เป็นต้น

2.ให้รางวัลตัวเองหลังจากทำเป้าหมายสำเร็จ

แม้ว่าบางคนอาจจะไม่มีคนที่คอยให้กำลังใจหรือกล่าวคำชมเมื่องานเสร็จ แต่เราก็สามารถที่จะให้รางวัลตัวเองได่ เปรียบเสมือนการทำเควสหรือการทำภารกิจในเกม เมื่อสำเร็จก็ได้รับรางวัล เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณมีเป้าหมายในการทำงานมากขึ้นนอกจากเป้าหมายหลัก ไม่ว่าจะเป็น หลังจากทำงานเสร็จจะซื้อขนมให้ตัวเองกินโดยไม่แคร์ความอ้วน หรือ หลังจากทำงานเสร็จจะเปย์ตัวเองด้วยการซื้อของฟุ่มเฟือย

3.ให้เพื่อนช่วยผลักดันอีกแรง

สำหรับใครที่มีเพื่อนหรือมีคนรอบข้างก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ โดยคุณจะต้องคอยเตือนเพื่อนหรือคนรอบข้างตลอดว่า ให้ด่าคุณ ให้เตือนคุณเมื่อคุณขี้เกียจ โดยจะต้องสัญญากับตัวเองและเพื่อนว่า ถ้าโดนด่าจะต้องไม่โกรธ จะต้องไม่น้อยใจ และเพื่อนสามารถที่จะด่าแรงแค่ไหนก็ได้เพื่อให้คุณรู้ตัว ดังนั้นวิธีนี้อาจจะเจ็บนิดหน่อยเพราะยิ่งขี้เกียจมากยิ่งโดนด่ามาก แต่เราขอบอกเลยว่าวิธีนี้ได้ผลอย่างแน่นอน

4.นาฬิกาปลุก โน้ต โพสต์อิท ทำทุกอย่างเพื่อเตือนตัวเอง

หากคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ หรือเป็นคนที่ไม่ค่อยมีใครคบ คุณอาจจะลองวิธีนี้ดูก็ได้ โดยวิธีนี้คุณจะต้องคอยแปะโพสต์อิท ตั้งนาฬิกาปลุก หรือตั้งวอลเปเปอร์เพื่อเตือนใจตัวเองไม่ให้ขี้เกียจ คิดถึงผลกระทบที่จะตามมาหากขี้เกียจ คิดถึงความหายนะหากขี้เกียจ สร้างไฟให้ตัวเอง สิ่งนี้จะทำให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายได้ไม่ยาก

5.รอให้หายนะมาถึง

วิธีสุดท้ายที่ไม่แนะนำ แต่ได้ผลมากที่สุด เมื่อหายนะมาถึง ความขี้เกียจจะหายไป แต่ความชิบหายจะมาแทนที่ เมื่อคุณเดือดร้อน คุณจะหาทุกวิถีทางทำยังไงให้ตัวเองรอดจากสถานการณ์เลวร้ายแบบนั้น แม้ว่านี่อาจจะทำให้ชีวิตคุณเดือดร้อนแบบซีเรียส แต่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่บอกเลยว่าได้ผลทุกคน ถ้าขี้เกียจ ก็ชิบหาย ท่องคำนี้ไว้ แล้วจะไม่ขี้เกียจเอง 

แน่นอนว่าความขี้เกียจไม่ได้มีแค่ในวัยทำงาน วัยเรียนก็เช่นกัน และความขี้เกียจก็ไม่ใช่เรื่องผิด ใคร ๆ ก็สามารถขี้เกียจได้ทั้งนั้น แต่เมื่อขี้เกียจแล้วก็ต้องจัดการกับความขี้เกียจนั้นให้ได้ จัดการกับปัญหาที่จะตามมาให้ได้ ขี้เกียจพอเป็นสีสันชีวิตนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าขี้เกียจจนเดือดร้อนก็ไม่แนะนำเท่าไหร่เลยนะ