เมื่อคืนนี้ใครกันที่มาส่งผม2  นั้นอะไร! ผมเดินตรงไปตามพุ่มไม้ที่มีโพรงอยู่ราวๆระดับอก ร่องรอยบางสิ่งแสดงว่ามีอะไรพึ่งเข้าไปในนี้ ผมก็เลยเปิดไฟฉายในโทรศัพท์เคลื่อนที่ แล้วส่องรอดโพรงเข้าไป ตุ๊กตาหุ่นตัวเล็กๆลักษณะเสมือนนางรำ ถูกวางอยู่รวมกันประมานนึง บางตัวก็ล้ม บางตัวไม่สมบูรณ์ ผมนั่งยองๆอัตโนมัติ และก็จัดแจงที่จะยื่นมือเข้าไป

ต่อจากตอนที่แล้ว เมื่อคืนนี้ใครกันที่มาส่งผม2 

เงาจากแสงสว่างฉายในโทรศัพท์เคลื่อนที่นำไปสู่เงาของมือผม ใช่! อันนี้ผมรู้เรื่องได้ แม้กระนั้นเงาที่เบาๆเกิดขึ้นอยู่ด้านข้างเงาของผม ผมไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ เงานั้นเบาๆเขยื้อนเข้ามาจากข้างหลัง

ผมไม่กล้าที่จะหันไปดู ความรู้สึกไม่คิดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเริ่มโลดแล่นเข้ามา ผมพากเพียรมองดูโดยเอียงคอนิดๆใช้หางตามองออกไป เฮ้ย ผมร้องออกมา ตัวผมถูกดึงจากข้างหลัง กระทั่งก้นจ้ำเบ้านั่ง ผมถึงกับดุด่าออกมาด้วยความตื่นตระหนก เมื่อหันไปมองดู ก็ไม่มีผู้ใดสักผู้ที่จะมาดึงผม ผมรีบยืนขึ้นแล้วจับขอนไม้หนึ่งท่อนเอาไว้ภายในกำมือเดินไปที่รถยนต์

มันไปใหนวะ ผมอุทานออกมาด้วยความห่วงใยเพื่อนฝูง ผมหยุดอยู่ข้างหน้ารถยนต์ ส่องไฟฉายรอดเข้าไปในรถยนต์ เฮ้ยยยยยย ผมลากยาวด้วยความสะดุ้ง สหายผมนั่งอยู่ตรงเบาะผู้ขับ ผมดีอกดีใจที่มองเห็นสหายกลับมา ก็เลยรีบเปิดประตูแล้วก็เข้าไปชักถามด้วยความห่วงใย “เมิงไปใหนมาวะ ให้ข้าหาอยู่ตั้งนาน”

แววตามันนิ่ง ดูตรงไปด้านหน้า แล้วไม่จ้องตาผม คำตอบที่ได้มา ……คำตอบที่ได้มา มันสั่นหัว 2 หน เหมือนจะกล่าวว่ามิได้ไปใหน “สาส ก็หากไม่ไปใหนแล้วข้าจะหาไม่พบได้ยังไง” ต่อนี้ไปสหายผมก้มหัวลงมองดูที่พวงดอกไม้ แล้วเอ่ยกลับมาว่า”ไปกันเถิด” “เมิงไหวนะ จะหยุดพักก่อนก็ได้ เราไม่ว่า” “ฉันไหว”. ผมผวาเฮือก

มันหันมาด้วยความรวดเร็ว สีหน้าท่าทางรวมทั้งแววตามองกำลังอารมณ์เสียกับบางสิ่งบางอย่าง นั้นอาจจะเป็นผมแน่นอนตาจ้องมองมาที่ผม เป็นสายตาที่ไม่เคยเกิดมาก่อน จนถึงผมเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างกับสหายผมขึ้นมา “อ่าๆโอเค แต่ว่าถ้าเกิดเมิงไม่ไหวบอกกูนะ” ผมเป็นพนักงานขับรถไม่แข็ง ใบอนุญาตขับขี่ที่ได้มาก็ได้มาอย่างทุลักทุเล กล่าวได้ว่าขับเป็นเฉพาะตอนสอบแค่นั้น

กลางทางที่มันขับไป สายตามันขะมักเขม้นสำหรับการขับมากมาย คล้ายกับคนเคยชินทางสายนี้มานานนม กึก รถยนต์หยุดลง ผมตั้งตัวได้ ก็เลยถามมันออกไป “จะหยุดเพราะอะไรวะ หรือเมิงจะพักก่อน” ผมถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “ประกาศ” .. ทิ้งระยะไประยะนึง.. “หยุดส่งคน” … คำตอบปกติที่มันทำให้ผมเย็นเยือกรวมทั้งขนลุกไปทั่วตลอดตัว

ผมเริ่มกลัว และไม่มั่นใจแล้วว่า ข้างหน้าผม เป็นเพื่อนฝูงผมไหม แต่ว่าจะไม่ใช่ได้ยังไง ก็ทุกอนู ใบหน้า มันเป็นสหายผมชัดๆแม้กระนั้นที่ต่างไปเป็นความรู้สึกแล้วก็จิตวิญญานที่มันแสดงออกมา “เมิงเฮฮาหรอ เอาคนไหนกันแน่มาด้วยละ มีเพียงแค่ฉันกับเมิงเพียงแค่สองคน อย่าว่าแต่ว่าคนเลย รถยนต์สักคันเรายังมองไม่เห็น” ผมกล่าวออกไปเพื่อลดความหวาดกลัว เนื่องจากว่าผมมีความคิดว่ามันบางครั้งอาจจะอำผมเล่นก็ได้

“ถัดไปก็บ้านเองแล้วสินะ” สหายเอ่ยขึ้น ผมจ้องมองมันตลอดทาง “฿;/@ ฿@” เสียงมุบมิบเบาๆเสมือนบ่นงึมงำอยู่เสมอเวลา สหายผมขับไปขยับปากไป ผมต้องการจะดึงตนเองออกไปจากที่ตรงนี้อย่างยิ่ง แม้กระนั้นขืนออกไป ผมอาจจะจำเป็นต้องเดินไร้จุดหมายในเวลาตี1บนถนนหนทางเส้นนี้คนเดียว

ผมคิดอะไรไม่รู้เรื่อง ก็เลยถามมันไปว่า “เมื่อตอนรถยนต์หยุดอยู่ ข้ามองเห็นเสมือนคนใดกันแน่กำลังเดินเข้ามา…สหายผมส่ายศีรษะ รวมทั้งขำออกมา แล้วหลังจากนั้นเบาๆ …..ติดตามตอนต่อไป

เมื่อคืนนี้ใครกันที่มาส่งผม 1 เรื่องหลอนนอนไม่หลับ